หวัดดีคับ
เมื่อหลายเดือนก่อนมีเพื่อนคนนึงที่เป็นอาจารย์สอนอยู่ที่อยุธยา โทรมาหา ถามว่าพอจะไปบรรยายให้ลูกศิษย์เค้าฟัง เกี่ยวกับเรื่องต้นทุน ได้รึเปล่า?
ได้ยินเข้าก็ลังเลอยู่นาน เพราะตั้งแต่เกิดมา เรียนยังเอาตัวไม่ค่อยรอดเล๊ย นับประสาอะไรกับจะไปสอนชาวบ้านเค้า
แต่ก็ เอาฟระ ช่วยเพื่อนหน่อย นานทีปีหน อย่างมาก ก็ขอให้บรรยายแค่ครั้งเดียว ต่อไปถ้ารู้ว่าบรรยายไม่ได้เรื่องก็ไม่เชิญ
กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ผมทำงานที่บ้าน ซึ่งเป็นโรงงานการ์เม้นท์ส่งออก ไม่แน่ใจว่าเคยเขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้สมัยอยู่ไดฮับรึเปล่า แต่เอาเป็นว่าวันนี้จะเขียนเกี่ยวกับต้นทุนของการผลิตเสื้อ 1 ตัว ละกันนะครับ
การคิดราคาขายของเสื้อนี่ ง่ายๆตามหลักการตลาด ก็คือ Cost Plus Pricing ซึ่งก็คือ เอาต้นทุนมา แล้วบวกกำไรที่เราต้องการ ก็จะได้ราคาขาย
ถ้าอธิบายแบบนี้ ราคาเสื้อที่ขายตามห้าง ก็ควรจะเป็นราคาที่โรงงานผลิตเสื้อขายให้ห้าง บวกด้วยต้นทุนอันอื่น บวกด้วยกำไร แต่ที่จริงไม่ได้เป็นแบบนั้น
ผมไม่แน่ใจว่าห้างเมืองไทยคิดราคาขายกันยังไง แต่ห้างที่เมืองนอก จะมีส่วนประกอบในการคิดต้นทุน 2 ส่วน คือ ELC (Estimated Landed Cost) และ MU (Mark Up)
ELC จะได้จากการคูณราคา FOB ด้วยอัตราค่าขนส่ง ค่าภาษี และ ค่าใช้จ่ายอื่นๆ เข้าไป
MU จะได้จากการหาเปอร์เซนต์ของ ELC กับ ราคาขาย
ห้างที่อเมริกา จะต้องทำ MU ให้ได้ อย่างน้อย 56% ขึ้นไป เพราะ เหตุผลที่เค้าอธิบายว่า ค่าใช้จ่ายในการขาย สูงมาก ต้องจ้างพนักงานขาย ค่าน้ำ ค่าไฟ จิปาถะ เค้าถือว่า ส่วนที่เพิ่มจาก 6% นั่นต่างหาก ที่จะเป็นส่วนที่ทำกำไร
สมมติว่า ห้างตั้งราคาขายเสื้อไว้ US$20 ต่อตัว หัก MU 56% จะเหลือต้นทุนเสื้อเป็น US$8.8 ซึ่งเงินจำนวนนี้ คือ ELC ของเสื้อตัวนั้น
โดย ELC จะได้จากการคูณ FOB ด้วยอัตราค่าขนส่งที่ลูกค้าเป็นคนตั้งขึ้น ซึ่งโดยส่วนใหญ่อยู่ที่ 40% สำหรับเสื้อยืด
เราจะคิดราคาFOB ที่ลูกค้าต้องการ ได้เป็น 40% ของ US$8.8 ซึ่งก็คือ US$3.52
ดังนั้น US$3.52 จะเป็นราคาขายสูงสุด ที่โรงงานจะขายให้ลูกค้าได้
ที่นี้มาดูส่วนของโรงงานการ์เม้นท์บ้าง
กำไรสำหรับการ์เม้นท์ โดยเฉลี่ย อยู่ที่ 4-5% ถ้าได้เกินนี้ก็ถือว่าหรูแล้ว ทีนี้มาดูต้นทุนกันบ้าง
ใครที่เคยเรียน บัญชีต้นทุน หรือ managerial accounting จะรู้ว่า ต้นทุนประกอบไปด้วยส่วนใหญ่ๆ 3 ส่วน คือ DM (Direct Material) + DL (Direct Labor) + OH (Overhead) ที่นี้มาดูต้นทุนของ เสื้อ 1 ตัว ว่าประกอบไปด้วยอะไรบ้าง
1. ค่าผ้า (รวมศูนย์เสีย)
2. ค่าพิมพ์ ค่าปัก
3. ค่าแรงเย็บ
4. ค่าวัสดุสิ้นเปลือง (ด้าย เข็ม ตราเสื้อ ฯลฯ)
5. ค่าโสหุ้ยการผลิต (ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเสื่อม ฯลฯ)
6. ค่าแรงฝ่ายผลิต และ ฝ่ายบริหาร ส่วนอื่นๆ
ค่าผ้า ถือเป็น DM ค่าแรงเย็บ ถือเป็น DL ส่วน สามอันที่เหลือ ถือว่าเป็น OH
ทีนี้มาดูอัตราส่วนของต้นทุน ว่าแต่ละอันมีอัตราส่วนเท่าไหร่
1. ค่าผ้า คิดเป็นประมาณ 60% ของต้นทุน
2. ค่าแรง คิดเป็นประมาณ 15% ของต้นทุน
3. ค่าวัสดุสิ้นเปลือง คิดเป็นประมาณ 5% ของต้นทุน
4. ค่าโสหุ้ยการผลิต คิดเป็นประมาณ 20% ของต้นทุน
มีคนประมาณการกันว่า ปีนี้โรงงานการ์เม้นท์ในเมืองไทย ต้องปิดกิจการกันเพียบ เหตุผลก็เพราะขาดทุน ขาดทุนเพราะอะไรอ่ะเหรอครับ?
ค่าแรงขึ้นทุกปี วัสดุสิ้นเปลืองต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ต้นทุนในการผลิตอันอื่นๆก็เพิ่มขึ้น เช่น ค่าไฟ ค่าน้ำมัน ทุกอย่างขึ้นหมด ยกเว้นราคาขาย ขึ้นไม่ได้ เพราะโดนกำหนดเพดานไว้ อย่างที่เขียนตอนต้น
ส่วนที่ทำให้พออยู่รอดได้ คือกำไรประมาณ 5% ที่ยังพอกั๊กไว้ได้ แต่ก็ร่อยหรอลงทุกที
เฮ้อ
เหนื่อย
เดี๋ยวนี้ปิเก้กินนมเยอะ ทีละเกือบสี่ออนซ์ ดีมากลูก กินเยอะๆ โตไวๆนะลูกนะ
Be Excellent To Each Other คับ